วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ชามะละกอ



ถึงเวลาล้างได้แล้ว ท่านจำเป็นต้องล้างคราบน้ำมันพืชในระบบทางเดินอาหาร ที่สะสมมาตั้งแต่เกิดเสียที ด้วยสูตรตามธรรมชาติที่ท่านสามารถพึ่งพาตัวเองได้  “น้ำชามะละกอ”


ประโยชน์ เมื่อดื่มชามะละกอ จะเป็นการล้างไขมันในลำไส้โดยไม่ต้องสวนทวาร ช่วยล้างระบบดูดซึม คือล้างคราบไขมันที่ผนังสำไส้ อันเนื่องมาจากการกินอาหารผัดน้ำมันเป็นประจำ คราบไขมันจะเกาะตัวที่ผนังลำไส้เป็นกาวเหนียว จึงเกิดอาการขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

สูตรชามะละกอ
- มะละกอดิบไม่อ่อนเกินไปปลอกเปลือกและหั่นเหมือนฟัก 6-8 ชิ้น
- น้ำเปล่า 2 ลิตร
- ชาเขียว หรือชาจีน หรือชาใบหม่อน อย่างใดอย่างหนึ่ง
- ใบเตยหรือดอกเก็กฮวย

วิธีทำ : มะละกอดิบที่ใช้ตำส้มตำ นำมาหั่นเป็นชิ้นเหมือนชิ้นฟัก ประมาณ 6-8 ชิ้นต่อน้ำ 2 ลิตร จะขาดจะเกิน ไม่ผิด(ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้บูดง่าย มะละกอดิบที่เหลือ ใส่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้ในครั้งต่อไป) และ ใบเตย หรือ เก๊กฮวย อย่างใดอย่างนึง กะเอง ต้มในน้ำ จนเดือด พอเดือดได้ ประมาณ 3 นาที ปิดไฟทันที อย่าต้มต่อ ให้เอามะละกอ กับ ใบเตยทิ้ง(อย่า ปล่อยให้มะละกอเดือดจนเละ) แล้ว ใส่ใบชา ลงไปแช่ประมาณ 3นาที ห้ามแช่นานกว่า 3นาทีเพราะสารแทนนินจะออกมา ทำให้ท้องผูก แล้วตักใบชาทิ้ง จะได้น้ำชามะละกอ ดื่มร้อน หรือ เย็นได้ และไม่ควรเติมน้ำตาล น้ำชาที่เหลือให้แช่ตู้เย็น เก็บไว้ได้ประมาณ 2 วัน เกินกว่านั้น จะบูด (ยางมะละกอล้างไขมัน, เก็กฮวยหรือใบเตยให้กลิ่นหอมสดชื่น, ชาดับกลิ่นมะละกอ)


เมื่อล้างลำไส้แล้ว ก็ควรกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อไปบำรุงร่างกายด้วย  ถ้าหลีกเลี่ยงอาหารผัดน้ำมันไม่ค่อยได้ ก็กินเท่าที่จำเป็น คือ กินให้น้อยลง แล้วกินชามะละกอไปล้างลำไส้ทุกวันเมื่อมีเวลาว่าง
******************************************

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

เพลง ธรรมะผลิบาน (ว.วชิรเมธี)

แบ่งปันเพลงสวย เพื่อชีวิตงาม... เพลงธรรมะฟังสบายๆ ฟังแล้วสุข สงบ เย็น ให้คติธรรมสอนใจ

"ที่ใดมีทุกข์ ที่นั่นมีธรรม ที่ใดมีทุกข์ ที่นั่นมีทาง ที่ใดมีเธอ ที่นั่นมีฉัน ที่... ที่ธรรมะผลิบาน..."

ขอให้เบิกบานในธรรม.....สาธุ




ให้พระธรรมชี้ทาง ดอกไม้ผลิบานบนพื้นดิน ธรรมะผลิบานทั้งโลก .........

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเส้นสิบ


การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเส้นสิบ
ภูมิปัญญาการนวดไทยดั้งเดิม ได้กล่าวถึง สมุฏฐานโรค ว่าเกิดจากทางเดินของลมติดขัด ถ้ามีการติดขัดของทางเดินลมจะทำให้เกิดโรคและอาการต่างๆ ที่ผิดปกติ การนวดตามแนวเส้นและจุดต่างๆ จะเป็นการทำให้ทางเดินลมปกติ ทำให้หายจากโรค กล่าวถึง อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดจากเส้นประธานสิบและจุดต่างๆ และกล่าวถึง การนวดรักษา ด้วยวิธีการนวดตามเส้นประธานสิบและจุดนวดต่างๆ ที่ใช้ในการรักษาโรค ซึ่งทั้ง สมุฏฐาน อาการ และวิธีการนวดรักษา ตามเส้นประธานสิบและจุดต่างๆ เป็นทฤษฎีของระบบการแพทย์ของภูมิปัญญาการนวดไทย

ผู้จัดทำ โครงการพัฒนาผู้พิการทางสายตาให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทย (หมอนวดไทย) มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ (มพก.), มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา (มสพ.), มูลนิธิพัฒนาการแพทย์แผนไทย (มพท.)
ผู้สนับสนุน: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลักษณะ: หนังสือ, 92 หน้า

หนังสือเล่มนี้ใช้ประกอบการเรียนนวดไทยของสมาคมฯ 

คลิ๊กเพื่ออ่านหรือจะดาวน์โหลดเก็บไว้อ่านก็ได้ค่ะ ตามลิงค์ข้างล่างนี้ค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++

ระบบสุขภาพ


ระบบสุขภาพ
หนังสือระบบสุขภาพเล่มนี้ ประมวลองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศไทยในประเด็นต่างๆ ที่หมอนวดไทยควรรู้และสามารถนำไปปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพการนวดไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและต่อระบบสุขภาพในภาพรวม

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
หนังสือมี 88 หน้า

เล่มนี้เป็นหนังสือ เอาไว้ศึกษาเพิ่มเติมในการประกอบวิชาชีพ ที่ผู้เป็นหมอต้องพึงรู้

คลิ๊กอ่านตามลิงค์ข้างล่างได้เลยค่ะ

*********************************

ความรูเบื้องตนและขอแนะนําในการใชสมุนไพร



ความรูเบื้องตนและขอแนะนําในการใชสมุนไพร
การใชสมุนไพรที่ถูกตอง ควรปฏิบัติดังนี้
1. ใชใหถูกตน สมุนไพรนั้นมีชื่อพ้องหรือชื่อเรียกซ้ำกันมากและพบวาบางทองถิ่นก็เรียกไมเหมือนกันจึงจําเปนตองรูจักสมุนไพรและมีการใชใหถูกตน
2. ใชใหถูกสวน ตนสมุนไพรไมวาจะเปนราก ใบ ดอก เปลือก ผลเมล็ด จะมีฤทธิ์ไมเทากัน บางทีผลแก ผลออนก็มีฤทธิ์
ตางกันดวยจะตองรูวาสวนใดใชเปนยาได
3. ใชใหถูกขนาด สมุนไพรถาใชนอยไป ก็รักษาไมไดผล แตหากถามากไปก็อาจเปนอันตรายหรือเกิดพิษตอรางกายได
4. ใชใหถูกวิธี สมุนไพรบางชนิดตองใชสด บางชนิดตองปนกับเหลาบางชนิดใชตม ดังนั้นจะตองรูวิธีใชใหถูกตอง
5. ใชใหถูกกับโรค เชน ทองผูกตองใชยาระบาย ถาใชยาที่มีฤทธิ์ฝาดสมานจะทําใหทองผูกยิ่งขึ้น

อาการแพที่เกิดจากสมุนไพร
สมุนไพรมีคุณสมบัติเชนเดียวกันกับยาทั่วไป คือมีทั้งคุณและโทษ บางคนใช้แลวเกิดอาการแพได แตเกิดขึ้นไดนอยเพราะสมุนไพรมิใชสารเคมีชนิดเดียวเชนยาแผนปจจุบันฤทธิ์จึงไมรุนแรง (ยกเวนพวกพืชมีพิษบางชนิด) แตถาเกิดอาการแพขึ้นควรหยุดยาเสียกอน ถาหยุดแลวอาการหายไป

อาการที่อาจเกิดจากการแพยาสมุนไพร มีดังนี้
1. มีผื่นขึ้นตามผิวหนังอาจเปนตุมเล็กๆ ตุมโตๆ เปนปนหรือเปนเม็ดแบนคลายลมพิษ อาจบวมที่ตา (ตาปด) หรือริมฝปาก (ปากเจอ) หรือมีเพียงดวงสีแดงที่ผิวหนัง
2. เบื่ออาหาร คลื่นไส อาเจียน (หรืออยางใดอยางหนึ่ง) ถามีอยูกอนกินยาอาจเปนเพราะโรค ไมใชเพราะยา
3. หูอื้อ ตามัว ชาที่ลิ้น ชาที่ผิวหนัง
4. ประสาทรับความรูสึกทํางานไวเกินปกติ เชน เพียงแตะผิวหนังก็รูสึกเจ็บ ลูบผมก็แสบหนังศีรษะ
5. ใจสั่น ใจเตน หรือรูสึกวูบวาบคลายหัวใจจะหยุดเตน และเปนบอยๆ
6. ตัวเหลือง ตาเหลือง  (เป็นอาการของดีซ่าน) อาการนี้แสดงถึงอันตรายร้ายแรงต้องรีบไปหาแพทย์ 

ก่อนที่จะใช้สมุนไพรควรจะศึกษาข้อมูลหรือถามผู้รู้ก่อนใช้ เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์กับสมุนไพรได้อย่างเต็มที่

หนังสือเวชกรรมไทยเบื้องต้น


หนังสือเวชกรรมไทยเบื้องต้น

หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะไข้ต่างๆ โรคลม โรคกระษัย โรคโลหิตระดูของสตรี โรคระบบทางเดินอาหาร โรคปัสสาวะและกามโรค โรคตา โรคในปากคอ โดยเน้นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับโรคต่างๆ ที่หมอนวดไทยควรจะรู้เบื้องต้น และรู้ว่าโรคใดที่สามารถบำบัดด้วยการนวดไทย ข้อห้ามในการนวดและการส่งต่อ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาด้านแพทย์แผนไทยลองอ่านดู
หนังสือมี 76 หน้า สนับสนุนโดย สสส.

คลิ๊กไปที่ลิ้งค์ข้างล่างแล้วอ่านดูค่ะหรือจะดาวน์โหลดเก็บไว้อ่านก็ได้ค่ะ 

http://www.scribd.com/doc/165051723/ewchkrrmaithyebuuengtn

#####################################

ตำราสมุฏฐานโรคและการวินิจฉัย



ตำราสมุฏฐานโรคและการวินิจฉัย

การจัดทำตำราสมุฏฐานและการวินิจฉัย เล่มนี้ ทำการประมวลสมุฏฐานที่มีการบันทึกในคัมภีร์แพทย์แผนไทยต่างๆ มาเขียนไว้ในตำราเล่มนี้เพื่อสะดวกในการศึกษาหาความรู้ นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมวิธีการตรวจวินิจฉัยของการแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งได้มีการพัฒนากระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ วิธีการซักประวัติ การตรวจร่างกาย และขั้นตอนการนำข้อมูลผู้ป่วยมาใช้ในการวินิจฉัยโรค ซึ่งก็คล้ายคลึงกับระบบการแพทย์อายุรเวทแต่ง่ายต่อการเรียนรู้และนำไปใช้ ที่สำคัญที่สุดคือ กระบวนการซักประวัติ การตรวจร่างกายตามสมุฏฐานการแพทย์แผนไทยและเส้นประธานสิบ การนำข้อมูลผู้ป่วยมาทำการตั้งสมุฏฐานนั้นไม่มีการบันทึกในคัมภีร์ดั้งเดิม จึงต้องทำการศึกษาถอดบทเรียนจากครูหมอนวดไทยในการตรวจวินิจฉัยตั้งสมุฏฐาน และการรักษาผู้ป่วยด้วยการนวดไทย โดยทำการศึกษาจากครูหมอนวดและผู้ป่วยนำมาสังเคราะห์ วิเคราะห์ และเขียนเป็นวิธีการตรวจและวินิจฉัย การรักษาและการนวดด้วยทฤษฎีการแพทย์แผนไทยและการนวดไทย มีทั้งหมด 96 หน้า สนับสนุนโดย สสส. 


คลิ๊กอ่านตามลิ๊งค์ข้างล่างหรือจะเข้าไปดาวน์โหลดเก็บไว้อ่านก็ได้ค่ะ


http://www.scribd.com/doc/175869173/tamraasmutthaanorkhaelakaarwinicchchay

@@@@@@@@@@@@@@@@@