แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรถอนพิษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรถอนพิษ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ล้างพิษด้วยถั่วเขียว


ถั่วเขียว (GREEN BEANS)       
ถั่วเขียว อยู่ในกลุ่มบีน ลักษณะของถั่วกลุ่มนี้ เป็นถั่วฝัก เมล็ดไม่กลม เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วปากอ้า ถั่วแขก ถั่วพู เป็นต้น
สรรพคุณ ดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ แก้อาการอาหารเป็นพิษ หรือตัดพิษจากสมุนไพร ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง มีประโชน์ต่อตับ (ธาตไม้) แก้ร้อนใน ถอนพิษจากพืชและสารหนู บำรุงสายตา ลดความดันโลหิต รักษาอาการกระหายน้ำ ลำไส้อักเสบ เบาหวาน ช่วยกระตุ้นประสาท โดยมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และแคโรทีนเป็นส่วนประกอบ
กรณีใช้ถอนพิษจากพืช และสารหนู ให้นำถั่วเขียวล้างให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำประมาณ ๕-๑๐ นาที แล้วเทอาน้ำถั่วเขียวให้ผู้ที่ได้รับพิษดื่มเข้าไปมากๆ จนอาเจียนออกมายิ่งดี จะช่วยขับพิษที่เข้าไปในร่างกายได้ดีมาก
ส่วนสารพิษจากยาฆ่าแมลง สารพิษจากโรงงาน สารพิษกลุ่มนี้มันแพ้ถั่วเขียว การกินถั่วเขียวสามารถล้างสารพิษของยาฆ่าแมลงได้ แล้วก็ค้นพบอีกว่า ถั่วเขียวต้มธรรมดามันไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ วิธีที่จะทำให้ถั่วเขียวแรงกว่าเดิมและขจัดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้คือ เอาไปต้มกับข้าวหรือ เอาไปหุงพร้อมกันกับข้าวแค่นี้ง่ายมาก ใช้ถั่วเขียว 1 ส่วน ข้าว 1 ส่วน ต้มด้วยกันให้เป็นข้าวต้ม หรือไปหุงกับข้าวโดยเอาถั่วเขียวไปแช่น้ำก่อน ๑ คืนแล้วน้ำไปหุงพร้อมกับข้าวสาร ข้าวต้มถั่วเขียวและข้าวสวยใส่ถั่วเขียว กินล้างสารพิษของยาฆ่าแมลงได้
ข้าวต้มถั่วเขียวใช้ ข้าวเจ้า 1 ส่วน + ถั่วเขียว 1 ส่วน ต้มด้วยกัน กลายเป็นข้าวต้มอร่อย แทบไม่ต้องกินกับข้าวเลยนะสูตรนี้ ส่วนจะกินกับข้าวอะไรก็ได้ ก็ทำเป็นข้าวต้นธรรมดา ใครจะกินเป็นประจำก็จะล้าง สารพิษจากยาฆ่าแมลง และสารพิษจากโรงงาน
---- อาหารเป็นยา  โจ๊กถั่วเขียว
เครื่องปรุง
1. ต้มน้ำใส่กะหล่ำปลี ข้าวโพด แครอท ผักกาดขาว หรือรวมผักต่างๆใส่ รากผักชี 6 ราก หอมใหญ่ 1 หัว พริกไทยเม็ดโขลก 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวไฟอ่อนๆ จะได้น้ำซุปที่อร่อย
2. ถั่วเขียวแช่น้ำ 1 คืน ล้างออกจนเปลือกร่อน และหายเหม็นเขียวน้ำไปนึ่งให้สุก
3. ข้าวหอมมะลิใหม่ หรือข้าวกล้องใหม่
4. เห็นหูหนูดำ หูหนูขาว เห็ดหอม แช่น้ำให้นิ่ง หั่นเล็กๆ อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
5. ขิงแก่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
6. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. หมากจองหรือลูกสำรอง (เป็นกล่องสำเร็จรูป)
วิธีทำ
นำข้าวกล้องใหม่ 1 ส่วน + ถั่วเขียวสุก 1 ส่วน ใส่หม้อเติมน้ำซุปข้อ 1 ตุ๋นจนสุกแล้วเติม ข้อ 4,5,6,7 เคี่ยวจนเข้ากันก็จะได้โจ๊กถั่วเขียวที่หอมอร่อยเป็นอาหารเช้าเหมาะสำหรับทุกคน หรือเป็นอาหารคนไข้ได้ดีมาก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและเด็กอย่างยิ่ง
หมายเหตุ สูตรนี้ช่วยล้างสารพิษทุกชนิด

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

สมุนไพรถอนพิษฟื้นฟูสู่สุขภาพ

คนรุ่นปู่ย่าตายายเราเคยมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากมลพิษ โดยเฉพาะมลพิษจากสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นมาในชั่วอายุคนรุ่นเรา นี่เอง ลองมาดูเฉพาะผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทางการเกษตร ไทยเราจัดเป็นตลาดสารเคมีทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกทีเดียว สารพิษเหล่านี้ ได้แก่ สารพิษฆ่าแมลง สารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชอื่นๆ มีถึง 35,000 สูตร จะต้องใช้สารประกอบเพื่อผลิตสารพิษดังกล่าวกว่า 15,000 ชนิด ประเทศไทยตัวเลขนำเข้าสารพิษทางการเกษตร ปี 2532 ถึง 80,879 ตัน ฉะนั้นในปีนี้ก็คงไม่หนีกว่าแสนตันเป็นแน่

ที่น่าวิตก ก็คือ สารพิษฆ่าแมลงในกลุ่ม ออร์กาโนคลอรีน” (Organochlorine) และ ออร์กาโนฟอสเฟต” (Organophosphate) และตัวเก่งของกลุ่มนี้ คือ พาราไทออนแต่ สารพิษในกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสารพิษทางการเกษตรที่มีพิษร้ายแรงที่สุดและตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้ นานนับ 10 ปี สารพิษที่มักตรวจพบอยู่เสมอในดิน น้ำ อาหาร และในตัวคน เพราะสารนี้สามารถสะสมในเนื้อเยื้อของพืชผักและในระบบชีววิทยาของมนุษย์และ สัตว์ได้ ส่วนพิษทั้งมีทั้งเฉียบพลันและสะสมเรื้อรัง พิษเฉียบพลัน คือ ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ปวดหัวอย่างแรง ชักกระตุก และตายในที่สุด ส่วนพิษเรื้อรังตายผ่อนส่งนั้น คือ ก่อให้เกิดความผิดปกติในเซลล์ของตับ ปอด และไต จนถึงขั้นเป็น มะเร็งกันเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นยังมีพิษแบบส่งต่อ คือ หญิงมีครรภ์คนใดได้รับสารตัวนี้ก็จะส่งพิษไปถึงทารก ซึ่งอาจจะคลอดออกมาพิการ หรือมิฉะนั้นก็เลี้ยงไม่โตมิหนำซ้ำยังสะสมในน้ำนมอีกต่างหาก
ส่วนเรื่องการถอนพิษนั้น อันที่จริงมีตัวยาแผนปัจจุบันหลายขนานที่สามารถบำบัดถอนพิษได้ โดยเฉพาะในรายที่ได้รับพิษอย่างเฉียบพลัน แต่เนื่องจากยาถอดพิษแผนปัจจุบันดังกล่าวเป็นยาที่ซับซ้อนยากแก่การใช้มีแต่ แพทย์เท่านั้นที่จะควบคุมการใช้ยาเหล่านี้ได้ ในที่นี้จึงใครขอเสนอวิธีถอนพิษด้วยยาสมุนไพร โดยเฉพาะในกรณีที่ได้รับพิษแบบสะสมจากสิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่ได้รับพิษ เฉียบพลันในบางระดับก็ตาม
ตำรับยาของไทยใช้ยาแก้เบื่อมีอยู่มากมายที่เป็นตัวหลักๆ เช่น รางจืด ย่านางแดง โลดทะนงแดง ก้างปลาแดง สั้นเตี้ย เป็นต้น ปัจจุบันที่มีรายงานศึกษาวิจัย มีเฉพาะรางจืดดอกม่วง (Thubregua Laurifolia Linn.)ซึ่งเป็นรางจืดที่มีโอสถสารแรงกว่าชนิดอื่น และในช่วงของรางจืดดอกม่วงนั้น ดอกสีม่วงแก่จะแรงกว่าดอกสีม่วงอ่อน
สรรพคุณทางยา
รางจืด มีรสเย็น หมอพื้นบ้านใช้ปรุงเป็นยาเขียว ถอนพิษไข้ รากและเถาใช้กินเป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ที่สำคัญ คือ ยังใช้รักษาผู้ป่วยที่ถูกยาพิษต่างๆ เช่น สตริกนิน (strychnine) สารหนู สารปรอท สารพิษฆ่าแมลงต่างๆ แก้อาการเบื่อเมาเนื่องจากเห็ดพิษ ผักหวาน ว่านพิษ หรือพิษจากสัตว์กัดต่อย รวมทั้งรักษาโรคพิษสุรา กัญชา ฝิ่น และบุหรี่ด้วย จากการทดลองพบว่า ใบรางจืดสามารถลดอัตราการตายของหนูจากพิษขอโฟลิดอล (Folidol) ซึ่งเป็นสารพิษฆ่าแมลงชนิดออร์กาโนฟอสเฟต โดยการให้กินทางปาก ใบรางจืดแห้งมีสรรพคุณเช่นเดียวกับใบรางจืดสด ดื่มน้ำต้มใบรางจืดอุ่นๆ จะให้ผลดีกว่าเมื่อทิ้งไว้ให้เย็นแล้ว และไม่พบว่ามีผลข้างเคียงจากการดื่มน้ำต้มใบรางจืด
จากข้อมูลสังเขปที่กล่าวมาจะเห็นว่า รางจืดมีสรรพคุณในการกำจัดพิษที่เราต้องรับเข้าไปทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการพิษขึ้น โดยอาจดื่มในรูปของชาใบรางจืด หรือลูกกลอนใบรางจืดที่บดละเอียด ซึ่งจากประสบการณ์ตรงที่ได้ให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่ต้องอาบน้ำใน แม่น้ำแล้วเกิดมีผื่นคันขึ้นมากทั้งตัว โดยเฉพาะในหน้าแล้งซึ่งมีของเสียเข้มข้นมากในน้ำ โดยให้ใช้ใบรางจืดทั้งต้ม กินและอาบน้ำ หลังอาบน้ำอาการผื่นแพ้ก็ทุเลา รวมทั้งประสบการณ์ตรงที่สุนัขถูกยาเบื่อ เมื่อใช้เถารางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวกรอกปาก อาการก็หายอย่างชัดเจน และนอกจากนี้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชได้ทดลองใช้น้ำต้มใบรางจืดแก้พิษสารฆ่า หญ้า พาราควอต ร่วมกับยาแผนปัจจุบันซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
กระเทียม (Alliumsaturum Linn.)
นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาสมุนไพรถอนพิษตัวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ กระเทียม ซึ่งคนไทยรู้จักกันดี เพราะเป็นเครื่องเทศสำคัญในการประกอบอาหาร นอกจากจะพบว่า กระเทียมเป็นพนักงานทำความสะอาดหลอดเลือดให้ปลอดพ้นจากโคเลสเตอรอลแล้ว ยังมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนอีกด้วยว่า กระเทียมสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งและช่วยกำจัดพิษโลหะหนัก เช่น พิษตะกั่วได้
มะขามป้อม
เมื่อเร็วๆ นี้อีกเช่นกันที่มีรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการกำจัดพิษตะกั่วของมะขามป้อม ซึ่งเป็นสมุนไพรเก่าแก่ตัวหนึ่งของไทย และตามทฤษฎีการป้องกันมะเร็งด้วยวิตามินซี จะแนะนำให้กินมะขามป้อมซึ่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุด และสามารถรักษาสภาพวิตามินซีให้คงสภาพได้นานที่สุดด้วย สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมานี้เชื่อว่าเหมาะกับสภาวะมลพิษทุกด้านที่พบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ ปวดศีรษะ โรคหลอดเลือดตีบ และโรคมะเร็ง เป็นต้น
ที่มา : http://semamoe.com/node/4472