แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กินอย่างไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กินอย่างไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้อแนะนำเรื่องการกินอยู่ในแบบไทยๆ

ข้อแนะนำเรื่องการกินอยู่ในแบบไทยๆ
เรื่องกิน-ดื่ม

๑. กินเมื่อหิว หิวแล้วต้องกิน กินเพียงหายหิว เมื่อน้ำดีหลั่งจากถุงน้ำดีผ่านเข้าสู่ระบบการย่อยอาหารเป็นน้ำย่อย น้ำย่อยมีความร้อนเรียก "กำเดาย่อย" เมื่อร้อนย่อมเกิดลมทำให้เกิดเสียงจ๊อกๆเมื่อหิว หากไม่มีอาหารเข้าไปย่อยอีก ลมร้อนจะพัดขึ้นบนกลายเป็น หิวจนตาลาย หากไม่กินอีก น้ำตาลจะเริ่มลดระดับลงจะใจสั่นใจหวิวมือไม้สั่น ฉะนั้นหิวจึงต้องกิน และกินเพียงหายหิวด้วยเหตุที่ระบบการย่อยอาหารของแต่ละคนๆมีขนาดแตกต่างกันจึงอิ่มต่างกัน และเมื่ออิ่มให้หยุดกินทันทีระบบการย่อยจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์
๒. ไม่หิวอย่ากิน เพราะร่างกายไม่ต้องการสารอาหารเพิ่มจึงไม่มีการหลั่งน้ำดีออกมาเป็นน้ำย่อย หากกินเข้าไปอีก ระบบการย่อยจะทำงานไม่ได้เต็มทีการย่อยไม่สมบูรณ์และไปติดค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ แผนไทยเรียก "อาหารเก่า" สะสมเป็นตะกรันสกปรกในลำไส้นานวันเข้าเกิดเป็นกล่อนเถา เกิดโรคและอาการตามมาอีกมากมาย
๓. กินให้ถูกรสตามเวลาที่หิวนั้น หิวตอนเช้ากินเปรี้ยวร้อน หิวตอนเที่ยงบ่ายกินเย็นขม หิวตอนเย็นค่ำกินเผ็ดร้อนหิวตอนหัวค่ำกินเปรี้ยวร้อน หิวยามดึกกินเย็นขม หิวก่อนหัวรุ่งกินเผ็ดร้อน
๔. กินให้ถูกกับอาการที่เป็น ป่วยโรคทางปิตตะกินเย็นขม ป่วยโรคทางวาตะกินเผ็ดร้อน ป่วยโรคทางเสมหะกินเปรี้ยวร้อน หากกินผิดเรียก กินของแสลงโรค ทำให้เกิดอาการสำแดง

๕. กินให้ถูกกับอากาศ ร้อนมากินเย็นขม เย็นมากินเปรี้ยวร้อน ฝนมากินเผ็ดร้อน
๖. ไม่ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหารเพื่อไปเจือจางน้ำย่อยทำให้การย่อยไม่มีประสิทธิภาพ ให้เพียงแค่จิบเท่านั้น
๗. ไม่กินน้ำเย็นเครื่องดื่มเย็นทุกชนิด เพราะด้วยความเย็นจัดจะไปลดกำเดาปกติของร่างกายเหมือนเอาน้ำไปราดรดบนกองไฟทำให้เกิดควันหรือไอกำเดาผลุ่งขึ้นบนเกิดอาการลมร้อนพัดขึ้นบนทันที นอกจากนั้นน้ำเย็นจะไปราดรดตัวตับซึ่งมีความร้อนปกติอยู่ส่งผลเช่นกัน นานวันเข้าตับอาจทำงานหย่อนลงส่งผลตามมามหาศาล
๘. กินอาหารสุขภาพ กินผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากถั่วเหลืองทุกชนิด กินอาหารกึ่งสำเร็จรูป สิ่งที่ร่างกายได้รับแน่ใจแล้วหรือว่า 
  • ๑.ปลอดสารกันบูดจริง 
  • ๒.ปลอดจากพืชตัดแต่งพันธุกรรมจริง 
  • ๓.ล้างปรุงสะอาดจริง 
  • ๔.หากเป็นเนื้อสัตว์ปลอดสารหลงเหลือและยาปฎิชีวะนะจากการเลี้ยงสัตว์จริง 
  • ๕.ปลอดจากผงปรุงรส,ผงชูรส,สารปรุงแต่งอาหารจริง ทั้งนี้หมายรวมถึงอาหารที่ผลิตเป็นอุตสาหกรรมทุกชนิดด้วย
๙. หากดื่มน้ำอัดลมมาก หากดื่มชาสำเร็จรูปมาก หากดื่มเครื่องดื่มเย็นทุกชนิดจากการผลิตปริมาณมากๆ แน่ใจได้อย่างไรว่าไม่มีสารกันบูด ไม่มีสารปรุงแต่งกลิ่นและรส หรือดีต่อสุขภาพจริงตามคำโฆษณา
๑๐. ไม่กินบุฟเฟต์ ไม่กินแบบเหมาจ่ายกินเท่าไหร่ก็ได้ เพราะทุกคนจะกินจนเลยคำว่าอิ่มเสมอ แล้วบอกว่าอิ่มจนจุก ลุกไม่ขึ้น อึดอัดแน่นท้อง เป็นการทำลายระบบการย่อยอาหารอย่างยิ่งให้หลีกเลี่ยงการกินแบบนี้
๑๑. ไม่กินของหมักดองมากด้วยเราอยู่ในเขตประเทศร้อนมีอาหารสดอุดมสมบูรณ์กว่ามากนัก กินของหมักดองแล้วไปดองต่อในลำไส้ใหญ่ ไม่ต่างจากนำบ่อหมักก๊าซชีวภาพไปไว้ในตัวเรา
๑๒. คิดให้ดีว่าสิ่งต่อไปนี้เป็นของหมักดองหรือไม่ ชีส,เนย,ซีอิ๋ว,น้ำปลา,ปลาร้า,ซ๊อสปรุงรส,เต้าเจี้ยว,นมเปรี้ยว
โยเกิร์ต ถ้าตอบว่าใช่ให้กินแต่น้อยแต่นี้เป็นต้นไป
๑๓. ไม่กินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทุกชนิดหากไม่ขาดไม่เจ็บป่วย ร่างกายปกติของเราสร้างสิ่งเหล่านี้อยู่แล้วเป็นปกติและเหมาะสมตามความต้องการของร่างกายเรา อย่านำส่วนเกินเข้าปาก
๑๔. ไม่กินเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม อาหารไทยเป็นอาหารรสกลมกล่อมปรุงอาหารให้ถูกต้องตามแบบของอาหารชนิดนั้นๆ กินอาหารที่ปรุงด้วยวิธี ต้ม ยำ ตำ แกง กินผัดและทอดให้น้อยที่สุด
๑๕. อาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพจริงๆถ้าปรุงให้ถูกรสถูกชาติ เหมาะกับคนไทยในเขตถิ่นแห่งประเทศไทย อาหารต่างชาติไม่ใช่อาหารของเรา อาหารของชาติใดก็เหมาะกับคนชาตินั้น

จบเรื่องการกินเพียงนี้ ในตอนหน้าจะเขียนต่อเรื่องการอยู่ 
บทความโดย นายคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (แพทย์แผนไทย)

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

กินเป็น..ไม่ป่วย

กินอย่างไรจะไม่ป่วย? ในภูมิปัญญาแห่งแพทย์แผนไทย
ฉบับย่อ เหมาะสำหรับแพทย์แผนไทย หรือผู้กำลังศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยนำไปใช้แนะนำผู้ป่วย เมื่อป่วยไข้ ไม่ให้กินผิดสำแดง หรือแนะนำทั่วไปเพื่อสุขภาพที่ดี

ทำไมเราต้องกิน เพราะร่างกายต้องการอาหารใหม่ นำไปสร้างพลังงานเพื่อเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือความรู้แต่สมัยเรียนชั้นประถมของเราทุกคน และในทางการแพทย์แผนไทยก็ได้กล่าวถึงเรื่องอาหารไว้ว่า เครื่องอาหาร (ส่วนประกอบ และส่วนปรุงรส) บอกสรรพประโยชน์
รสอาหารบอกสรรพคุณ ถ้ากินถูกส่วนถูกรส ก็จะไม่ป่วยไข้ ถ้ากินผิด เรียกกินอาหารผิดสำแดง ด้วยไปขัดกับโรคหรืออาการที่เป็นอยู่ ทั้งที่รู้และยังไม่รู้ว่าเป็น 
สรรพรสของพืชผัก บอกสรรพประโยชน์
พืชผักรส ฝาด,หวาน,มัน,เค็ม,เปรี้ยว,ขม,ร้อน,เย็น แต่ละรสบอกแต่ละสรรพประโยชน์
ฝาด/สมาน,หวาน/บำรุงเนื้อ,มัน/บำรุงเส้น,เค็ม/รักษาเนื้อ,เปรี้ยว/ลดเสลด/บำรุงโลหิต,ขม/บำรุงน้ำดี/ตับ,
ร้อน/ช่วยขับลม,เย็น/ไปดับร้อนภายใน

สรรพรสของอาหารบอกสรรพคุณ
อาหารรสร้อน ช่วยขับลม/อาหารรสเย็น ช่วยดับร้อน/อาหารรสกลมกล่อม กินได้ทั้งร้อนและเย็น

สรรพรสขัดกับโรค (พืชผักที่มีรสแสลงกับโรค)
1. รสเปรี้ยว,หวาน,มัน,เค็มแสลงกับ  - ผู้ป่วยโรคทางน้ำ เช่นเลือดมีตะกันน้ำตาล ตะกันไขมันมาก   

2. แสลง รสร้อน - ผู้ป่วยโรคทางไฟ เช่น โรคทางต่อมไร้ท่อ (อพัทธะปิตตะ) โรคทางตับ (พัทธะปิตตะ) ตัวร้อน  
3. แสลงรสขม,รสเย็น - ผู้ป่วยโรคทางลม เช่น ท้องอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว หทัยวาตะ

สรรพรสที่เหมาะกับเวลา
อาหารรสเปรี้ยวร้อน กินมื้อเช้า ถึง มื้อสาย   

อาหารรสเย็น/ขม/กลมกล่อม เหมาะกินมื้อกลางวัน ถึง มื้อบ่าย 
อาหารรสร้อน หรือเผ็ดร้อน กินมื้อเย็น ถึง มื้อค่ำจะดี
สรรพรสที่เหมาะกับอากาศ
  ลมร้อนมา ให้กินเย็น/ขม/กลมกล่อม

  ลมฝนมา ให้กินร้อน/เผ็ดร้อน   
  ลมหนาวมา ให้กินเปรี้ยวร้อน
ยามเช้าสาย กินเปรี้ยวร้อน ยามกลางวันถึงบ่าย กินเย็น ขม กลมกล่อม ยามเย็นค่ำ กินร้อนเผ็ดร้อน

พืชผักรสร้อน ส่วนใหญ่มีกลิ่นฉุน มักมีน้ำมันหอมระเหย เหมาะทำอาหารรสร้อน เหมาะทางลม
พืชผักรสเย็น ส่วนใหญ่เติบโตริมน้ำชายคลอง หรือมีลักษณะชุ่มฉ่ำน้ำ เหมาะทำอาหารรสเย็น เหมาะทางร้อน
พืชผักรสเปรี้ยว ปรุงอาหารเปรี้ยวนำ เหมาะทางน้ำ แต่ไม่ป่วยด้วยโรคทางน้ำ

อาหารรส เปรี้ยว,หวาน,มัน,เค็ม เหมาะกับอาการอ่อนเพลีย ผอมแห้งแรงน้อย ผู้ป่วยฟื้นไข้
อาหารรสร้อน เหมาะกับผู้สูงวัย วาตะหรือลมกำเริบ กินดียามแดดร่มลมตก หรือ ยามฟ้าฝนมา
อาหารเย็น กลมกล่อม เหมาะกับอาการร้อนใน เป็นไข้กำเดาทุกชนิด กินดียามเข้าร้อน

อาหารดิบ อาหารคาวมาก อาหารหมักดอง (หมายรวมถึง หน่อไม้ดองผักดองกิมจินมเปรี้ยวปลาร้าน้ำปลาซีอิ้วทุกชนิดเต้าหู้ยี้ขนมปังทุกชนิด,ฯลฯ) ไม่ควรกินยามป่วยไข้ไม่สบาย ไม่เหมาะกับประเทศสมุหฐานร้อนชื้นอย่างประเทศไทย กินไข่เป็ดรสเย็นชุ่ม ดีกว่าไข่ไก่รสอุ่นร้อน ไม่เหมาะกับประเทศสมุหฐานของเรา เนื้อสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะเนื้อหมู/เนื้อไก่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ทำแบบอุตสาหกรรมอาหารผลิตปริมาณมากๆ เลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ทำมาจากกากถั่วเหลือง GMO ยาปฎิชีวนะที่ฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงในโรงเรือนแบบปิด เลี้ยงมากๆ ล้วนไม่ดีต่อร่างกาย อาหารกึ่งสำเร็จรูป/ขนมถุงขบเคี้ยวทุกชนิดที่ทำปริมาณมากๆแบบอุตสาหกรรม ควรงดบริโภค กลับไปหาบรรพบุรุษกันเถอะ กินแบบท่าน อย่ารักความสบายจนเจ็บป่วย อย่าอ้างเรื่องไม่มีเวลา อย่าอ้างเรื่องทำอาหารไม่เป็นไม่อร่อย อย่าอ้างเรื่องความสะดวกสบาย กินอาหารไทยแท้ ต้ม ยำ ตำ แกง ไม่กินของผัด ของทอด อาหารต่างชาติทุกประเทศ กินไม่มีมื้อ หิวแล้วถึงกิน ถ้ากินเช้า เวลาอาหารจะลงตัวพอดี เช้า กลางวัน เย็น ถ้าไม่กินเช้า ให้กินเมื่อหิวเท่านั้น ไม่กินน้ำเมื่อกินข้าว ให้เพียงจิบนิดหน่อยหลังอาหารแล้วเท่านั้น กระหายถึงดื่มน้ำ ตามความต้องการของร่างกาย ไม่ดื่มน้ำเย็น ไอศครีม เครื่องดื่มเย็นทุกชนิด ชาเขียว น้ำอัดลม กาแฟเย็น เอาน้ำเย็นออกจากตู้เย็น ใช้แค่แช่อาหารพืชผักเท่านั้น 
ปู่ย่าตายาย ของเราไม่มีอาหารแบบเรา มีแต่อาหารแบบท่าน กลับไปหาท่านทำอย่างท่าน อายุยืนแบบท่านไม่ป่วยด้วยโรคแบบเรา 

ขอกราบเคารพบูชา บรรพชนแพทย์แผนไทยทุกๆท่าน กราบบูชาด้วยบทความนี้
บทความรู้แห่งบรรพชนโดย นายคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (แพทย์แผนไทย)
สำหรับเผยแพร่ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ด้วยอยากให้คนไทยไม่ป่วยไข้