แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแสลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารแสลง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2557

กินเป็น..ไม่ป่วย

กินอย่างไรจะไม่ป่วย? ในภูมิปัญญาแห่งแพทย์แผนไทย
ฉบับย่อ เหมาะสำหรับแพทย์แผนไทย หรือผู้กำลังศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยนำไปใช้แนะนำผู้ป่วย เมื่อป่วยไข้ ไม่ให้กินผิดสำแดง หรือแนะนำทั่วไปเพื่อสุขภาพที่ดี

ทำไมเราต้องกิน เพราะร่างกายต้องการอาหารใหม่ นำไปสร้างพลังงานเพื่อเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือความรู้แต่สมัยเรียนชั้นประถมของเราทุกคน และในทางการแพทย์แผนไทยก็ได้กล่าวถึงเรื่องอาหารไว้ว่า เครื่องอาหาร (ส่วนประกอบ และส่วนปรุงรส) บอกสรรพประโยชน์
รสอาหารบอกสรรพคุณ ถ้ากินถูกส่วนถูกรส ก็จะไม่ป่วยไข้ ถ้ากินผิด เรียกกินอาหารผิดสำแดง ด้วยไปขัดกับโรคหรืออาการที่เป็นอยู่ ทั้งที่รู้และยังไม่รู้ว่าเป็น 
สรรพรสของพืชผัก บอกสรรพประโยชน์
พืชผักรส ฝาด,หวาน,มัน,เค็ม,เปรี้ยว,ขม,ร้อน,เย็น แต่ละรสบอกแต่ละสรรพประโยชน์
ฝาด/สมาน,หวาน/บำรุงเนื้อ,มัน/บำรุงเส้น,เค็ม/รักษาเนื้อ,เปรี้ยว/ลดเสลด/บำรุงโลหิต,ขม/บำรุงน้ำดี/ตับ,
ร้อน/ช่วยขับลม,เย็น/ไปดับร้อนภายใน

สรรพรสของอาหารบอกสรรพคุณ
อาหารรสร้อน ช่วยขับลม/อาหารรสเย็น ช่วยดับร้อน/อาหารรสกลมกล่อม กินได้ทั้งร้อนและเย็น

สรรพรสขัดกับโรค (พืชผักที่มีรสแสลงกับโรค)
1. รสเปรี้ยว,หวาน,มัน,เค็มแสลงกับ  - ผู้ป่วยโรคทางน้ำ เช่นเลือดมีตะกันน้ำตาล ตะกันไขมันมาก   

2. แสลง รสร้อน - ผู้ป่วยโรคทางไฟ เช่น โรคทางต่อมไร้ท่อ (อพัทธะปิตตะ) โรคทางตับ (พัทธะปิตตะ) ตัวร้อน  
3. แสลงรสขม,รสเย็น - ผู้ป่วยโรคทางลม เช่น ท้องอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว หทัยวาตะ

สรรพรสที่เหมาะกับเวลา
อาหารรสเปรี้ยวร้อน กินมื้อเช้า ถึง มื้อสาย   

อาหารรสเย็น/ขม/กลมกล่อม เหมาะกินมื้อกลางวัน ถึง มื้อบ่าย 
อาหารรสร้อน หรือเผ็ดร้อน กินมื้อเย็น ถึง มื้อค่ำจะดี
สรรพรสที่เหมาะกับอากาศ
  ลมร้อนมา ให้กินเย็น/ขม/กลมกล่อม

  ลมฝนมา ให้กินร้อน/เผ็ดร้อน   
  ลมหนาวมา ให้กินเปรี้ยวร้อน
ยามเช้าสาย กินเปรี้ยวร้อน ยามกลางวันถึงบ่าย กินเย็น ขม กลมกล่อม ยามเย็นค่ำ กินร้อนเผ็ดร้อน

พืชผักรสร้อน ส่วนใหญ่มีกลิ่นฉุน มักมีน้ำมันหอมระเหย เหมาะทำอาหารรสร้อน เหมาะทางลม
พืชผักรสเย็น ส่วนใหญ่เติบโตริมน้ำชายคลอง หรือมีลักษณะชุ่มฉ่ำน้ำ เหมาะทำอาหารรสเย็น เหมาะทางร้อน
พืชผักรสเปรี้ยว ปรุงอาหารเปรี้ยวนำ เหมาะทางน้ำ แต่ไม่ป่วยด้วยโรคทางน้ำ

อาหารรส เปรี้ยว,หวาน,มัน,เค็ม เหมาะกับอาการอ่อนเพลีย ผอมแห้งแรงน้อย ผู้ป่วยฟื้นไข้
อาหารรสร้อน เหมาะกับผู้สูงวัย วาตะหรือลมกำเริบ กินดียามแดดร่มลมตก หรือ ยามฟ้าฝนมา
อาหารเย็น กลมกล่อม เหมาะกับอาการร้อนใน เป็นไข้กำเดาทุกชนิด กินดียามเข้าร้อน

อาหารดิบ อาหารคาวมาก อาหารหมักดอง (หมายรวมถึง หน่อไม้ดองผักดองกิมจินมเปรี้ยวปลาร้าน้ำปลาซีอิ้วทุกชนิดเต้าหู้ยี้ขนมปังทุกชนิด,ฯลฯ) ไม่ควรกินยามป่วยไข้ไม่สบาย ไม่เหมาะกับประเทศสมุหฐานร้อนชื้นอย่างประเทศไทย กินไข่เป็ดรสเย็นชุ่ม ดีกว่าไข่ไก่รสอุ่นร้อน ไม่เหมาะกับประเทศสมุหฐานของเรา เนื้อสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะเนื้อหมู/เนื้อไก่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ทำแบบอุตสาหกรรมอาหารผลิตปริมาณมากๆ เลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ทำมาจากกากถั่วเหลือง GMO ยาปฎิชีวนะที่ฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงในโรงเรือนแบบปิด เลี้ยงมากๆ ล้วนไม่ดีต่อร่างกาย อาหารกึ่งสำเร็จรูป/ขนมถุงขบเคี้ยวทุกชนิดที่ทำปริมาณมากๆแบบอุตสาหกรรม ควรงดบริโภค กลับไปหาบรรพบุรุษกันเถอะ กินแบบท่าน อย่ารักความสบายจนเจ็บป่วย อย่าอ้างเรื่องไม่มีเวลา อย่าอ้างเรื่องทำอาหารไม่เป็นไม่อร่อย อย่าอ้างเรื่องความสะดวกสบาย กินอาหารไทยแท้ ต้ม ยำ ตำ แกง ไม่กินของผัด ของทอด อาหารต่างชาติทุกประเทศ กินไม่มีมื้อ หิวแล้วถึงกิน ถ้ากินเช้า เวลาอาหารจะลงตัวพอดี เช้า กลางวัน เย็น ถ้าไม่กินเช้า ให้กินเมื่อหิวเท่านั้น ไม่กินน้ำเมื่อกินข้าว ให้เพียงจิบนิดหน่อยหลังอาหารแล้วเท่านั้น กระหายถึงดื่มน้ำ ตามความต้องการของร่างกาย ไม่ดื่มน้ำเย็น ไอศครีม เครื่องดื่มเย็นทุกชนิด ชาเขียว น้ำอัดลม กาแฟเย็น เอาน้ำเย็นออกจากตู้เย็น ใช้แค่แช่อาหารพืชผักเท่านั้น 
ปู่ย่าตายาย ของเราไม่มีอาหารแบบเรา มีแต่อาหารแบบท่าน กลับไปหาท่านทำอย่างท่าน อายุยืนแบบท่านไม่ป่วยด้วยโรคแบบเรา 

ขอกราบเคารพบูชา บรรพชนแพทย์แผนไทยทุกๆท่าน กราบบูชาด้วยบทความนี้
บทความรู้แห่งบรรพชนโดย นายคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (แพทย์แผนไทย)
สำหรับเผยแพร่ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ด้วยอยากให้คนไทยไม่ป่วยไข้

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

อาหารต้องห้าม(อาหารแสลง)....

อาหารต้องห้าม(อาหารแสลง)....ในเวลาที่ไม่ควรกินเพราะจะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี

4 เมนู อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรทานตอนเช้า  เพราะมีแคลอรี่สูง สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพควรหลีกเลี่ยงอาหาร ทั้ง 4 อย่างนี้ ซึ่งใครๆก็ชอบและคิดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกอย่างก็สะดวกรวดเร็วสำหรับอาหารเช้าที่เร่งรีบไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอาหารอะไรบ้าง
1.ขนมปังปิ้งทา Chocolate Spread
โฆษณากันมากกับรสชาติที่หวานของ เฮเซลนัท และ โกโก้ แต่ขอบอกน่ะค่ะ ชอบมากๆ อร่อยมากๆ แต่ก็ต้องตกใจกับปริมาณแคลอรีที่เราทานเข้าไป  Chocolate Spread เพียง 2 ช้อนโต๊ะบนขนมปังปิ้ง 1 แผ่น แคลอรี่ก็พุ่งถึง 200 แคลอรี่แล้ว ทางที่ดีให้เปลี่ยนเป็นแยมผลไม้ดีกว่า เพื่อสุขภาพด้วย
 2.ซีเรียลใส่นม
ที่เป็นอาหารเช้าของเด็กๆหลายๆ คนที่ชื่นชอบเลยน่ะ นักวิจัยเค้าพบว่า เกือบ 100% ของซีเรียลไม่ได้ผลิตจากโฮลเกรนแท้ 100 % ตามที่เขียนใว้ข้างกล่อง เพราะมันมีส่วนผสมแป้งกับน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับและเอามาใช้ได้จริงๆ นั้นมาจากนมซะมากกว่า
3.Health Bars
ที่อัดแน่นไปด้วยธัญพืช ที่เค้าว่ากันกินแล้วจะได้พลังงานที่สูง ไขมันต่ำ แต่รู้กันไหมว่าอาหารจำพวกนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความหวานเพราะมีส่วนประกอบ ของน้ำตาลอย่างน้อย 3 ชนิดขึ้นถ้าเราหยิบ Health Bars กินเป็นอาหารเช้าเท่ากับเราเอาน้ำตาลเข้าปากไปตั้ง 30 กรัมเลยน่ะ
4.แฮม.เบคอน.ใส้กรอก
ที่กล่าวมามันเป็นสุดยอดของอร่อยเลย  ส่วนมากแล้วคนส่วนมากจะชอบทานเนื้อหมูแปรรูปพวกนี้กันมากโดยเฉพาะเวลาไป ทานบุพเฟ่ต์มักจะนิยมทานกันมาก จึงมาเตือนให้ลดความชอบลงหน่อยจะดีมากเลย เพราะการงดปริมาณเนื้อหมูแปรรูปทุกๆ 100 กรัมต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ถึง 20 %  ให้เราหันมาดูสุขภาพกัน ไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อตัวเอง   ยุคนี้สุขภาพต้องมาก่อน ผู้หญิงห้ามหยุดสวยต่ะ
credit : thaibright.blogspot.com

และนี่คืออาหารที่ไม่ควรกินในตอนบ่าย เพราะจะทำให้ง่วงนอน ยิ่งทานอาหารกลางวันมาจนหนังท้องตึง หนังตาก็อยากจะหย่อน และมาเจออาหาร 4 เมนูนี้เข้าไปอีกหลับคาโต๊ะทำงานแน่นอน ถ้าไม่อยากง่วงก็ควรงดอาหารเหล่านี้นะคะ
   ช็อกโกแลต นอกจากจะอร่อยแบบไม่มีลิมิตแล้ว ช็อกโกแลตยังมีสาร Phenylethylamine อยู่เพียบ และจะทำให้คุณง่วงนอนได้ในทันทีทันใด นี่ยังไม่นับน้ำตาลและไขมันอีกมหาศาล
   ขนมปังขาวและข้าวขาว ในแป้งขัดสีจะมีคาร์โบไฮเดรตชนิดเร่งด่วน ซึ่งจะเข้าสู่ตับอ่อนได้ทันที จากนั้นตับอ่อนก็จะหลั่งอินซูลินออกมา ทำให้เลือดมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น ทีนี้สมองเราก็จะเบลอ .. เคลิ้ม และหลับ....
   ผลิตภัณฑ์นม  ไม่ว่าจะเป็นนมเปรี้ยว โยเกิร์ตหรือชาใส่นม เนื่องจากโปรตีนในนมจะหลั่งกรดอะมิโนออกมา และเมื่อร่างกายมีกรดมากเกินไปเราก็จะง่วงนอน
   กล้วย  กล้วยเป็นอาหารแก้เครียด เพราะมันอุดมไปด้วยฮอร์โมนเซโรโทนินและนอร์เอพินฟริน ซึ่งทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา แต่ในสถานการณ์นี้ ความสุขที่คุณได้รับจะมาพร้อมความทุกข์ ถ้าเจ้านายผ่านมาเห็นตอนคุณหลับคาโต๊ะทำงาน
ที่มา http://women.thaiza.com/อาหารต้องห้าม-ในยามบ่าย/


ส่วนอาหารเย็นที่ไม่ควรกิน เพราะจะทำให้มีปัญหากับการนอน และต้องงดการทานอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้ 

1) แอลกอฮอลล์ แม้ว่าการดื่มเเอลกอฮอลล์(เช่นไวน์ )ก่อนนอน จะทำให้มึ
น ง่วง ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีผลได้ไม่นานนัก หลังจากเคลิ้มหลับไม่นานนักคุณภาพการนอนจะเลวร้ายมาก จะตื่นบ่อยๆกลางดึก หลับได้ไม่ลึก ไม่สนิท จนตื่นนอนมาด้วยความอ่อนล้า 

2) อาหารรสจัด รสเผ็ด ก่อนนอน มีผลให้คุณภาพการนอนลดลงอย่างเห็นได้ชัด (สังเกตูจากคลื่นสมองของผู้เข้าร่วมการทดลอง คือ คลื่นสมองในขณะหลับ หดสั้นลง) 

3) อาหารมีไขมันสูง ไขมันเป็นอาหารที่ย่อยยาก ใช้เวลาย่อยนาน การทานก่อนนอนจึงทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงาน เอ็นไซม์ ในกระบวนการย่อยและดูดซึมในขณะนอนหลับ รบกวนคุณภาพการนอน หรือต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆกลางดึก 

4) กาแฟ ควรงดกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน(น้ำอัดลมและชาก็มีคาเฟอีน) 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน



เรื่องที่ 4 ของอาหารต้องห้าม คือ "อาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง"
คุณทราบไหมว่า...เมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน อาหารที่ไม่ควรรับประทาน ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้างเรามาดูกัน.... 

กล้วย แม้จะเป็นผลไม้ที่พกแมกนีเซียมมาเพียบ แต่เวลาท้องว่าง ร่างกายจะดูดซึมแมกนีเซียมได้ดีเกินไป เป็นผลร้ายต่อหลอดเลือดหัวใจ ดีไม่ดีหลอดเลือดเปราะขึ้นมาเราจะแย่

กระเทียม จะเข้าไปทำปฎิกิริยากับเยื่อบุกระเพาะอาหาร ถ้าทานพร้อมอาหารอื่นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าในลำไส้ไม่มีตัวช่วยเลย ไม่นานโรคกระเพาะได้ถามหาแน่

ชาแก่จัด สังเกตไหมว่าดื่มชาตอนท้องว่างแล้ว คุณมักใจสั่น มือสั่น ไม่มีแรง นั่นเพราะคุณถูกสารเทนนินที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว เล่นงานเข้าแล้ว

ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่างจะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ

นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อกระเพาะอาหารมีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย ดังนั้นในขณะที่ท้องว่างจึงไม่ควรรับประทาน

เหล้า หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่างจะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหารทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบและเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้

น้ำตาลหรืออาหารหวาน ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ลูกพลับ ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยางและสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แต่การกินผลไม้ตอนท้องว่าง จะได้ประโยชน์มากกว่ากินพร้อมหรือหลังอาหาร เพราะผลไม้มีกากใยและย่อยง่ายกว่าอาหาร จะช่วยเรื่องขับถ่าย และร่างกายจะได้รับวิตามินเต็มที่ เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่ควรจะกินผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้ คือ ช่วงเช้าของทุกวัน ตั้งแต่ตอนตื่นจนถึงเที่ยง ผลไม้บางชนิดก็มีกรดช่วยย่อยเช่น สับปะรด มะละกอเป็นต้น สามารถทานหลังอาหารเพื่อช่วยย่อยได้ สรุปผลไม้ส่วนใหญ่ทานตอนท้องว่างจะได้ประโยชน์มาก ยกเว้นลูกพลับค่ะ 

นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่างจะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ