แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

สิว ฝ้า กระ

สิว ฝ้า กระ ร่องรอยแห่งอาการ

สิว คือของเสียบนใบหน้าซึ่งร่างกายพยายามจะขับออก ฝ้า คือภาวะเลือดเสียที่สำแดงออกบนใบหน้า
กระ คือร่องรอยแห่งกำเดาความเสื่อมไป สิว,ฝ้า,กระ คือภาวะปกติแห่งการขับของเสียอันเกิดแต่ความผิด ปกติของร่างกาย เป็นธรรมชาติของร่างกายและเป็นสิ่งที่ทุกคนเป็น "เป็นธรรมดา" คนแต่สมัยก่อนก็เป็นสิวเป็นมากก็ไปหาหมอ หมอสมัยก่อนก็รักษาสิวที่หมอมองว่าเป็นเหตุปกตินั้น มีภูมิรู้มากมายของหมอไทยในการบำบัดสิวไม่ใช่ให้หาย แต่ให้บรรเทาลงด้วยมองว่าเป็นธรรมดา การไม่มีสิวเสียอีกที่หมอไทยมองว่าผิดปกติ

สิวในทางการแพทย์แผนไทยแบ่งออกตามปิตตะเหตุ,วาตะเหตุ และเสมหะเหตุ รักษาที่ต้นทางแห่งสิว

ไม่ใช่ไปรักษาที่หัวสิวซึ่งเป็นปลายเหตุทั้งสิ้น สิวเป็นจากระบบภายในประทุออกภายนอก จึงรักษาที่ภายในกาย มิใช่ไปรักษาสิวบนใบหน้า ซึ่งทำได้เพียงหายชั่วคราว แผนไทยรักษาสิวแบบองค์รวมไม่ใช่แค่สิวบนใบหน้า แต่รักษาสมดุลทั้งร่างกาย นอกจากสิวจะยุบแล้วความสมบูรณ์ภายในจะสำแดงทางผิวให้ผ่องใสกว่าเดิม


สิวปิตตะเหตุุ สิวชนิดนี้มักเกิดแต่มัชฌิมวัยนับอายุเข้า 16-32 ปี ซึ่งเป็นวัยแห่งความร้อนหรือกำเดา ไอ

เปลวแห่งความร้อน หรือเกิดในวัยอื่นก็ได้แต่มีเหตุมาจากกำเดากายสูง เหตุที่ทำให้เกิดปิตตะกำเดามาจาก
๑ อายุสมุหฐานเข้าช่วงกลาง ความร้อนกำเริบได้ง่าย 

๒ ความวิตกกังวลทำให้เกิดความร้อน 
๓ กำเดาย่อยกำเริบ เกิดแต่ขบวนการเผาผลาญอาหาร 
๔ ภาวะอักเสบของอวัยวะน้อยใหญ่ 
๕ การหมักหมมของเสียในร่างกาย
๖ ท้องผูกเรื้อรัง ๗ เกิดจากกินของทอดของมันมาก


สิววาตะเหตุ สิวอันเกิดแต่ลมร้อนในกายพัดพาของเสียขึ้นบนแล้วสำแดงออกทางผิวหน้า มักเกิดแต่ระบบ
การย่อยอาหารเป็นเหตุ เมื่อลมในไส้-นอกไส้กำเริบมักดันขึ้นบน ดันโลหิตเสียขึ้นไปประทุออกบนใบหน้าเกิดภาวะอักเสบ


สิวเสมหะเหตุ สิวชนิดนี้มักเกิดแต่โลหิตระดูเสีย น้ำเหลืองเสีย โลหิตมีตะกันสกปรกมาก มักไปปรากฏบน

หน้า,แผ่นหลัง,ต้นแขนแต่ไม่ว่าสิวจะเกิดจากเหตุใดก็ตาม สิวมักไปปรากฏที่ส่วนบนสุดคือศีรษะและใบหน้า รวมถึงแผ่นหลัง ต้นแขน ตามความร้อนในกายที่ลอยสูงขึ้นเสมอไม่มียกเว้น เพราะความร้อนทำให้เกิดลมและเป็นลมร้อนเรียกลมตีขึ้นเบื้องสูง ลมนี้ไปดันโลหิตเสียให้วิ่งขึ้นบนเกิดภาวะอักเสบประทุเป็นสิว,ฝ้าบนใบหน้า ต้องดับร้อนเพื่อดับสิวเสมอ


หมอไทยรักษาเหตุแห่งสิว โดยหาเหตุเป็นปฐมในการรักษาซึ่งการรักษาจะแตกต่างกันไปตามเหตุนั้นๆ เหตุดับ
ผลย่อมดับตาม แต่ในที่นี้จักขอกล่าววิธีบำบัดสิวฝ้าแบบกลางๆพอให้เห็นแนวทางในการรักษาแบบหมอไทยยาไทย

ขั้นตอนการ หรือขับออก
๑. ขับกำเดาอุ่นกายลง ด้วยยาเขียว,ยาขม
๒. ขับตะกันของเสียในโลหิตออก ด้วยยาขับพิษ
๓. ขับอุจจาระเก่าในลำไส้ใหญ่ ด้วยยาธรณีสันฑฆาต
๔. ขับระดูขาวในสตรี ด้วยยาประสะไพล
๕. ขับอารมณ์ ด้วยพิกัดเกสรทั้งห้า

ขั้นตอนการล้อม
๑. ล้อมลมสูงลงล่าง ด้วยยาหอมเทพจิตร
๒. ล้อมโลหิต ด้วยยาบำรุงโลหิต
๓. ล้อมธาตุ ด้วยยาธาตุบรรจบ
๔. ล้อมตับ ด้วยยากล่อมนางนอน

ขั้นตอนการรักษา
๑. รักษากำเดา ด้วยยาเขียวหอม
๒. รักษาลม ด้วยยาขับลม
๓. รักษาน้ำเลือด ด้วยยาดองมะกรูด
๔. รักษาน้ำเหลือง ด้วยยาธรณีสัณฑฆาต
๕. รักษากระเพาะ ด้วยยาเกลือ
(รักษาไปตามเหตุแห่งสิวตามแพทย์วินิจฉัย)


หมอไทยจะนำดินสอพองมาหุงผสมด้วยลิ้นทะเลและเปลือกต้นกระแจะ แล้วผสมเกลือกับใช้น้ำต้อยเป็นกระสาย ให้คนไข้ใช้ทาที่หัวสิว ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการรักษา อนึ่งในการวางยารุถ้าวางได้ถูกสมุหฐานสิวจะเริ่มยุบทันทีด้วยเหตุที่นำของเสียในร่างกายออก แต่แพทย์ควรล้อมและรักษาจนจบขั้นตอนเพื่อให้ร่างกายคนไข้แข็งแรง สมบูรณ์ สมกับเป็นการรักษาแบบองค์รวม สวยจากภายในสู่ภายนอก แล้วแนะนำให้คนไข้ไม่กินอาหารผัดทอดกินแต่อาหารต้ม,ยำ,ตำ,แกง ไม่กินเปรี้ยว,หวาน,มัน,เค็มมากนัก อย่าดับความร้อนด้วยน้ำเย็น อย่าให้ท้องผูกนาน
อย่าอารมณ์เสียเนื่องๆ ถ้าหิวให้กิน ไม่กินถ้าไม่หิว ดื่มเมื่อกระหาย ไม่ดื่มเพราะแค่ชื่นใจ กินแต่ของเย็น ขม เมื่อสิวฝ้ามาเยือน ลดเผ็ดร้อน นอนให้พอ นอนให้หลับ อย่าทำงานจนถึงอ่อนระโหยโรยแรง


สิวเกิดจากของเสีย อย่าสร้างเงื่อนไขให้เกิดของเสีย สิวก็จะหายอย่างทิ้งช่วงนาน แต่ถ้าไม่มีสิวโดยเฉพาะสตรี
ควรรีบพบแพทย์โดยเฉพาะหมอไทยด้วยอาจเกิดเหตุ โลหิตระดูทุจริตโทษขึ้นได้ ส่วนในชายหมอไทยบอกเชื้อเพศน้อยไม่ดี 


มองเสียว่าสิวฝ้าคือการขับของเสียออก คือการบ่งบอกว่ามีเหตุผิดปกติขึ้นภายในร่างกายแล้ว จะได้รีบรักษา
ก่อนที่จะเจ็บป่วยมาก เป็นสิ่งที่ดีที่มีการเตือนจากร่างกายเราเอง

สิวหายได้จากภายในเท่านั้น ไม่ใช่ไปรักษากันที่ภายนอกอย่างที่นิยมทำกันอยู่

ขอกราบเคารพบูชา บรรพชนแห่งแพทย์แผนไทยทุกๆท่านด้วยบทความนี้
บทความรู้ดั้งเดิมแห่งบรรพชนโดย นายคมสัน ทินกร ณ อยุธยา (แพทย์แผนไทย)


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ตำแหน่งสิวบอกโรค


ตำแหน่งสิวบอกโรค..
การเป็น "สิว" บอกอะไรมากกว่าที่คิด สถาบัน Leonard Darke วิเคราะห์การดูแลผิวหน้าแบบตะวันตก ได้ผลสรุปว่าสิวที่ขึ้นตามตำแหน่งต่างๆ ของหน้าสามารถบอกความผิดปกติที่เกิดกับอวัยวะภายในได้  โดยหลักโหงวเฮ้งจะบอกบุคลิกลักษณะนิสัย  "แต่ถ้าบอกว่าสิวที่ขึ้นสัมพันธ์กับอวัยวะภายใน"  ตรงนี้ยังไม่มีการพิสูจน์  แต่ก็อาจจะเป็นไปได้
Face Mapping คือศาสตร์ใหม่ เป็นกระบวนการพิสูจน์ และวิเคราะห์สภาพผิวด้วยศาสตร์ตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญา ความคิด เบื้องต้นที่ว่า ผิวหน้าสามารถบ่งบอก ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย ที่มีผลกระทบต่อผิวพรรณดังนั้นถ้าคุณสังเกตผิวหน้า ของตัวเองดี ๆ เราจะสามารถรู้อะไรได้หลายอย่างทีเดียว โดยเฉพาะสิวที่ขึ้นในตำแหน่งต่างกันนี้
ถ้ามีสิวขึ้นที่...
โซนที่ 1 และโซนที่
 หน้าผากด้านซ้าย และขวา เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต  
 สาเหตุ : เพราะมีความเครียดสูง ล้างหน้าไม่สะอาด อาจเพราะทารองพื้น หรือแต่งคิ้วมากเกินไป
โซนที่ 2
หว่างคิ้ว อาจมีปัญหาในการย่อยแล็กโทส (คุณอาจจัดอยู่ในพวก ที่ดื่มนมไม่ได้)
สาเหตุ : เพราะรับประทานอาหารรสจัด หรือนอนดึกเกินไป
โซนที่ 4 และโซนที่ 10   
ใบหูทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต  
 สาเหตุ : ล้างแชมพู หรือสบู่ออกไม่หมด ใช้โทรศัพท์ มือถือมากเกินไป ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือรับประทานเนื้อสัตว์ มากเกินไป หรือหากมีปัญหาสิวอุดตันช่วงใบหู อาจแสดงว่าฟันกรามมีปัญหา หรือว่าเพิ่งผ่าตัดฟันมา หรืออาจเกิดจาก การมีรอบเดือน
โซนที่ 5 และโซนที่ 9
แก้มส่วนบน เกี่ยวข้องกับไซนัส และปอด แก้มส่วนล่าง เกี่ยวข้องกับเหงือก และฟัน
สาเหตุ : สูบบุหรี่จัด หรือแพ้ควันบุหรี่ เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดเรื้อรัง หรืออาจใช้บลัชออน และรองพื้นไม่เหมาะสม แต่ถ้าเป็น ริ้วรอยลึกบริเวณโหนกแก้ม อาจบ่งบอกถึงปัญหา เรื่องปอดหรือการหายใจ ถ้ามีสิวแบบเป็น ๆ หาย ๆ ที่แก้มด้านล่าง อาจมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน หรือโทรศัพท์ มือถือไม่สะอาด

โซนที่ 6 และโซนที่ 8
รอบดวงตาทั้ง 2 ข้าง เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต ปัญหาโรคภูมิแพ้
สาเหตุ : เครื่องสำอางที่ใช้อาจไม่เหมาะกับสภาพผิว หรือใส่แว่นตาที่เสียดสีมาก รอยคล้ำอาจเกิดจากการ มีสารพิษ ตกค้างในร่างกายมาก หรือพักผ่อนน้อย เปลือกตาหากมีความระคายเคืองอาจมาจากการเป็นภูมิแพ้ หรือขาดสารอาหาร

โซนที่ 7
จมูก และเหนือริมฝีปาก เกี่ยวข้องกับการทำงาน ของหัวใจ และระบบสืบพันธุ์
สาเหตุ : หากมีผิวสีแดงเข้มที่จมูก อาจบ่งบอก ถึงโรคความดันโลหิตสูง การอุดตันหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ บอกถึงผลกระทบ จากฮอร์โมน เช่น กำลังมีประจำ-เดือน วัยทอง การใช้ยาคุมกำเนิด


โซนที่ 11 และโซนที่ 13
ใต้ริมฝีปากด้านซ้าย และขวา เกี่ยวข้องกับการทำงาน ของรังไข่
สาเหตุ : อาจทำความสะอาดได้ไม่พอ หรือมาจากขาดความสมดุลทางฮอร์โมน

โซนที่ 12
ปลายคาง เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก
สาเหตุ : อาจกินอาหารรสจัดเกินไปจนลำไส้เป็นแผล หรือมีปัญหาในการดูดซึม

โซนสุดท้ายโซนที่ 14
ลำคอ และหน้าอก
สาเหตุ : เกิดจากความเครียด


นี่เป็นเพียงแค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อยของการวิเคราะห์สภาพผิวหน้าที่ทำให้รู้ได้ถึงสุขภาพภายในร่างกาย ซึ่งจะทำให้เราทราบได้ว่าจะต้องดูแลบำรุงทั้งสุขภาพภายในและภายนอกอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงแค่นี้คุณก็จะมีทั้งสีหน้า แววตาและผิวพรรณที่เป็นสุขได้แล้วล่ะค่ะ 

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พฤติกรรมทำให้เกิดสิว





สิวนั้นสามารถรักษาได้ ในทางการแพทย์แผนไทย มีแนวคิดว่า สิวเกิดจากปิตตะพิการแล้วปิตตะคืออะไรปิตตะ คือ ความร้อน เป็นสิ่งที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ความหิวความกระหาย ความเปล่งปลั่ง สดชื่น เมื่อกระทำโทษจะทำให้เกิดอาการหลาย ๆ รูปแบบ รวมถึงทำพิษให้โลหิตพิการ เกิดการอักเสบ ส่งผลให้เกิดฝีหนอง หรือสิวหนองชนิดต่าง ๆ ดังนั้นหลักการรักษาตามแนวทางการแพทย์แผนไทย คือ ปรับปิตตะหรือความร้อนภายในร่างกาย
 แล้วจะมีวิธีรักษาได้อย่างไรได้บ้าง? การรักษาสิวต้องควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยน การใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วย
1. รับประทานสมุนไพรที่มีรสชาติขม เย็น หรือจืด ในทางการแพทย์แผนไทย อาหารและสมุนไพรรสขมเย็น หรือจืด มีคุณสมบัติในการรักษาโรคทางปิตตะ สามารถระงับธาตุไฟในร่างกายได้ มีสรรพคุณในการระงับน้ำเหลืองเสียต่าง ๆ ที่ไหลออกจากร่างกายได้ แก้โลหิตพิการ ตัวอย่างเช่น บอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก กระดอม ฯลฯ แต่สมุนไพรบางชนิดอาจเป็นพิษเมื่อรับประทานเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นการรับประทานผักผลไม้ที่มีรสขม เย็น หรือจืดที่หาได้ง่ายจึงเป็นหนทางที่ปลอดภัยกว่า เช่น ฟัก บวบ มะระ ย่านาง บัวบก เห็ด ยอดสะเดา เป็นต้น หรือรับประทานเป็นผักหลาย ๆ ชนิดจิ้มน้ำพริกรับประทานจะดีมาก
2. ขับถ่ายทุกวัน การขับถ่ายไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะหรืออุจจาระ เป็นการนำความร้อนส่วนเกินออกจากร่างกาย ดังนั้นผู้ที่มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ จะมีปัญหาความร้อนอยู่ภายใน ส่งผลให้เกิดสิวได้ การขับถ่ายเป็นประจำทุกวันจึงช่วยให้ปิตตะของร่างกายสมดุล แนะนำให้รับประทานอาหารรสหวานที่มีฤทธิ์ระบาย เช่น น้ำลูกพรุน องุ่น กล้วย มะละกอ ส้มหวานต่างๆ แก้วมังกร เป็นต้น
3. นอนหลับให้เพียงพอ หลายคนยังเข้าใจผิดในเรื่องของการนอน ถ้าคุณนอนตีหนึ่งตีสองแล้วมาตื่นตอนเที่ยงวันเป็นการนอนที่ผิด ร่ายกายของคนเราจะมีการฟื้นฟูสภาพร่างกาย คล้าย ๆ กับการชาร์ตแบตเตอร์รี่ร่างกาย โดยปกติคนเราจะหลับได้ดีในภาวะที่มืดสนิท โดยเฉพาะในช่วงสี่ทุ่ม-ตีสอง ถ้าเราได้หลับสนิทในช่วงเวลานี้ ร่างกายก็จะได้พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เต็มที่ สามารถกำจัดพิษในร่างกายได้สมบูรณ์ ทำให้ธาตุไฟในร่างกายไม่กำเริบ สังเกตได้ว่าคนที่ชอบนอนดึก มักมีภาวะร้อนใน หรือแผลในปากบ่อยๆ
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลายคนคงได้ยินเรื่องการดื่มน้ำว่าควรดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยวันละ 7-8 แก้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่หลายคนเข้าใจผิดมักจะดื่มน้ำทีเดียวครั้งละมาก ๆ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะร่างกายเรามีการรักษาสมดุลของปริมาณน้ำ การดื่มน้ำมากเกินไปในแต่ละครั้งก็จะทำให้ร่างกายปัสสาวะบ่อยขึ้น ร่างกายขับน้ำออกโดยไม่ทันได้ดูดซึมเข้าร่างกายอย่างเต็มที่ และที่ร้ายกว่านั้น คือ การดื่มน้ำเยอะ ๆ ในมื้อของอาหาร จะมีผลทำให้น้ำย่อยเจือจาง ทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด การขับถ่ายผิดปกติ และส่งผลต่อธาตุไฟในร่างกายภายหลัง ดังนั้นเราควรดื่มน้ำพอดับกระหาย เน้นจิบบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงน้ำเย็น หรือน้ำอัดลม
 5. ออกกำลังกาย ออกกำลังกายให้เหงื่อออกบ้าง เน้นการเดิน โยคะ หรือฤๅษีดัดตน เพราะไม่กระทบการเทือนต่อร่างกายมากเกินไป แพทย์แผนไทย ถือว่าร่างกายเป็นสิ่งที่ต้องทะนุถนอม
6. รักษาความสะอาดของผิวกาย ใบหน้า เสื้อผ้าและเครื่องใช้ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวและใบหน้าของตนเอง อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น หมั่นซักทำความสะอาดเสื้อผ้า หมอน และที่นอน
7. ปรับสภาพจิตใจ การปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้ก็ช่วยปรับสภาวะปิตตะในร่างกายได้ เช่น การเล่นสนุกสนานกับเด็ก ๆ คุยกับเพื่อนที่ถูกคอ ดมกลิ่นอาหารดีๆที่กำลังหุงต้ม พยายามรื่นเริงกับสิ่งที่ทำให้เบิกบานใจ เช่น เครื่องแต่งกายสวยๆ ดอกไม้ อัญมณีต่างๆ อาบน้ำเย็นที่มีกลิ่นหอมชื่นใจ ฟังดนตรี ดูมโหรีที่ไพเราะ นั่งชมวิวทิวทัศน์ มีลมพัดเอื่อยๆ รวมความคือการรักษาโรคปิตตะต้องใช้ความเย็น ความสนุก ความแจ่มใส ความพอใจและความร่าเริง แม้จะมียาที่มีสรรพคุณดีเพียงใด การปฏิบัติตัวของเราก็สำคัญมากเช่นกัน  
การที่ปิตตะกระทำโทษนั้นตามโบราณได้บอกไว้อีกว่า เกิดจากการรับประทานของเผ็ดจัด รับประทานเกลือมาก อาหารไม่ย่อย ตากแดดมาก เสพกามคุณมาก กินอาหารบางอย่างที่เป็นพิษกับปิตตะเช่น นมข้น สุรา หรือของรสเปรี้ยว ดังนั้นอาหารหรือพฤติกรรมเหล่านี้จึงควรหลีกเลี่ยง ถ้าปฏิบัติได้ตามนี้เรื่องสิวก็จะไม่เป็นปัญหากับเราอีกต่อไป
ขอขอบคุณ 
แหล่งที่มาของข้อมูล