วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ตำรับยาลูกทุ่ง




ยาที่ใช้บำบัดรักษาโรค โดยไม่ต้องรับประทานแต่พอสังเขป ยาขนานต่างๆ นี้ ได้ผ่านการทดสอบในการรักษาและนับว่าได้ผลดี ตัวยาเป็นสมุนไพรหรือของประเภทพื้นบ้านชนบท มิใช่ยาประเภทในกรุง (บางกอก) จะเรียกตำรับยาลูกทุ่งก็ได้

ประเภทที่ ๑ เป็นยาใช้พอก
โรคที่เหมาะกับยาพอกได้แก่ ฝีหัวเล็ก ฝีหัวใหญ่ ฝีเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งมักจะเป็นโรคที่เกิดแก่ประชาชนในภูมิภาคแถบร้อน ฝีบางชนิด ก็มีพิษร้ายแรง คนเจ็บจะมีอาการตัวร้อน เป็นไข้เนื่องจากพิษอักเสบของฝี ฝีบางชนิดร้ายแรงมากได้แก่ฝีที่ขึ้นตรงจุดที่รวมของเส้นประสาท หรือ ณ เส้นโลหิตใหญ่ เช่น ฝีที่ขึ้นตรงแสกหน้า ริมฝีปาก ตีนผมตรงก้านคอด้านหลัง ฝีมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว ผู้ไม่รู้ไปแกะไปบ่ง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แพทย์โบราณเรียกฝีชนิดนี้ว่า “สกัดออก”
วิธีการรักษา ฝีที่เป็นพิษ ใช้ถั่วเขียวดิบแช่น้ำให้อ่อนตัว แล้วมาบดผสมกีบเปลวหมู เอามาพอกแล้วเอาออกพอกเช่นนี้ไม่เกิน ๓ ครั้ง ก็จะหาย
วิธีการรักษา ฝีทั่วไป ใช้รากเจ็ดมูลเพลิงแดงสดๆ หนึ่งกำมือ ล้างให้สะอาด ตำให้ละเอียค ถ้ารากเจ็ดมูลเพลิงแห้งให้แช่น้ำสะอาดเสียก่อน ตำให้ละเอียด เอามาผสมปูนกินกับหมาก แต่ไม่ใช่ปูนผสม แล้วหยดน้ำผึ้งลงไป เอามาพอกฝี แล้วเปลี่ยนยาใหม่ให้หยดน้ำผึ้งทุกครั้ง
โรคบวมตามเส้น เคล็ด ขัดยอกจากการหกล้ม
วิธีรักษา ใช้ขิงสดตำให้ละเอียด ถ้าเป็นขิงแห้ง ให้แช่น้ำล้างเสียก่อนตำ แล้วมาผสมน้ำตาลทรายขาว พอกตรงที่บวม เคล็ด ขัด ยอก อาการปวดจะหาย
โรคปวดบวมเกิดจากถูกของมีคมแทง เช่นถูกหนามตำ ลวดแทง วิธีรักษา ใช้ใบก้างปลา เนื้อปลาร้า (ปลากระดี่) ยาดำ มาตำผสมกันแล้วจะดูดของมีคมออก

ประเกทที่ ๒ เป็นยาใช้ทาหรือสูญ (ทาด้วยใช้เวทมนต์คาถาประกอบ)
โรคฝีมีวิธีการรักษาอีกชนิดหนึ่ง แพทย์แผนโบราณจะใช้ปูนกินกับหมากแต่ไม่ผสมสีเสียดละลายน้ำ แล้วมาทาบริเวณหัวฝี เขียนตัวอักขระ ๙ ญ แล้วเสกด้วยคาถา โอม สะละโย สวาทะ สวาหาย วะ นี่เป็นครั้งที่ ๑ ส่วนครั้งที่ ๒ เสกปูน ทาที่เสาเรือนด้านทิศตะวันตก
ในเวลาเย็น ใช้ตะปูตอกตรงจุดเริ่มอักขระ ๙ แล้วเสกคาถาประกอบ ฝีจะยุบโดยหัวฝีไม่แตก
โรคผิวหนัง เรียกว่าโรคเมืองร้อน ได้แก่ งูสวัด เริม พญานาคราช งูสวัดและพญานาคราชมักจะขึ้นกลางตัว เม็ดจะผุดขึ้นเรื่อยๆ จนรอบตัว และเมื่อรอบตัวเมื่อใด เป็นอันตราย

วิธีรักษา วิธีที่ ๑ เอาต้นกระดาษแดงมาฝาน เอาน้ำยางจากต้น มาแตะที่ปูนขาว แล้วทาตรงเม็ดงูสวัด ฯลฯ เม็ดจะไม่ลุกลามต่อไป และจะยุบหาย
วิธีที่ ๒ เอาแป้งข้าวหมากมาป่น ผสมกับเหล้าโรงทา
โรคเลือดออกตามไรฟัน
วิธีรักษา ใช้หนังวัวเผาให้ดำ ผ้าสักหลาดเก่าๆ จะเป็นหมวก เสื้อก็ได้ รองให้เป็นเถ้าในบวม ใบบอน มาย่างให้กรอบ เอาตัวยาทั้ง ๔ มาบดให้เข้ากัน แล้วใช้สำลีชุบน้ำ แตะยาแล้วทาตรงไรฟัน เลือดจะหยุด เมื่อเลือดหยุดแล้วเลือดจะคั่งที่เหงือก ให้เอาถั่วเขียวต้ม ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเอาน้ำถั่วเขียวมาอบ บ้วนทิ้งหลายๆ ครั้ง เหงือกจะหายบวม

ประเภทที่ ๓ เป็นยาใช้รม
โรคบาดทะยักทุกชนิด
วิธีรักษา ให้เอามหาหิงค์หนัก ๕ บาท ใส่หม้อ ใส่นํ้าต้มจนเดือดแล้วใช้กวนมหาหิงค์ รมที่ตรงแผล แผลจะเปิด มีนํ้าหนองไหลออกมา อาการปวดจะหาย
โรคเลือดกำเดาออกไม่หยุด
วิธีรักษาวิธีที่ ๑ ใช้สำลีจากเม็ดฝ้ายที่พันพลู มามวนใบตองแห้งแบบจีบพลู แล้วจุดสำลี อบสำลีข้างที่มีไฟ เอามวนใบตองอีกข้างหนึ่งใส่ในช่องจมูกแล้วค่อยๆ เป่าควันเข้าช่องจมูก ทำเช่นนี้ทั้งสองข้างถ้าเลือดกำเดาออกทั้งสองข้าง เลือดกำเดาจะหยุด
วิธีรักษาวิธีที่ ๒ ใช้ใบพลูกินกับหมาก ตะคั้นใส่น้ำเล็กน้อยหยอดในช่องจมูก
โรคลมเกิดกับสตรีภายหลังการคลอด โบราณเรียกว่า เลือดกะทำ จะเป็นลมจับหัวใจไม่รู้สึกตัว
ศรีษะตก ปากอ้า
วิธีการรักษา ห้ามจับคนไข้นอน ให้นั่ง เอาเหล็กที่เป็นสนิม จะเป็นมีด ขวาน อะไรก็ได้ใส่เตาเผาไฟจนลุกแดง แล้วดึงออกมา วางไว้ตรงหน้าคนไข้ เอาน้ำส้มสายชู พรมบนเหล็กแดงๆ เกิดไอระเหยจากเหล็ก ให้ควันเข้าทางปาก จมูกคนไข้ ไม่นานจะฟื้น น้ำมูก น้ำลาย จะไหล เพื่อมิให้ควันกระจายไปที่อื่นๆ ควรใช้ผ้าคลุมศรีษะคนไข้ เวลาพรมน้ำส้มสายชู

ประเภทที่ ๔ เป็นยาใช้แช่
โรคประเภทเหน็บชา ตะคริว เหงื่อออกตามง่ามมือง่ามเท้า
วิธีการรักษา ให้เอาไพลสด มะพร้าวขูด การะบูน ต้นผักเสี้ยนผีทั้งต้น เกลือ ใบขี้เหล็ก ปูนขาวสิ่งละเท่าๆ กัน เอามาตำให้ละเอียด ใส่น้ำแล้วต้มให้เดือด ยกลงมาพออุ่นๆ แช่อวัยะส่วนที่เป็นเหน็บชา ตะคริว ฯลฯ

ประเภทที่ ๕ เป็นยาสุม
โรคเลือดออกทางจมูกไม่หยุด เนื่องจากเส้นโลหิตฝอยในสมองแตก
วิธีการรักษา ใช้เหง้าต้นกล้วยน้ำหว้าที่ทิ้งไว้จนเน่า
ใบผักบุ้ง ใบตำลึง ใบบรเพ็ด ว่านหางตะเข้ ไส้ฟัก (แดง)
ส่วนละเท่าๆ กัน ตำให้ละเอียด ผสมดินประสิว ใช้สุมศีรษะ ก่อนสุมให้เอาน้ำซาวข้าวโกรกผมให้เปียก แล้วเอาผ้าโพกศีรษะไว้จึงเอายาสุมศีรษะโลหิตจะหยุด

ประเภทที่ ๖ เป็นยาเป่า เพื่อให้ควันรักษาโรค
โรคมะเร็งไร หรือโรคคันตามง่ามมือง่ามเท้า
วิธีการรักษา เอาต้นสะแกแสง ต้นแสลงใจ มาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ ขมิ้นชันสดตำ ตากแดดให้แห้ง ยาฉุน ตัวยาทั้ง ๔ อย่าง ส่วนละเท่าๆ กัน เคล้าให้เข้ากัน เอากระบอกไม้ไผ่ มาเจาะรูตรงข้อ ไม้ไผ่ เอายาใส่กระบอก แล้วเอาถ่านสุกใส่ลงบนยา แล้วเอายาใส่ทับลงบนถ่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วเป่าที่ปากกระบอก พ่นควันที่มะเร็งหรือที่ง่ามมือง่ามเท้า

ประเภทที่ ๗ เป็นยาปิดแผล
โรคหน่อชนิดต่างๆ เกิดที่ฝ่าเท้า ทำให้เจ็บปวดมาก โรคนี้มักเกิดกับประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วิธีการรักษา เอากระสอบข้าวที่ปูไว้หน้าบ้านสำหรับเช็ดเท้ากระสอบนี้ทิ้งไว้นานๆ ยิ่งดีเอากระสอบวางลงบนแผ่นสังกะสีเผาจนเป็นเถ้า ให้ได้หนักประมาณ ๑๐ บาท เอากำมะถันเหลืองตำป่นหนัก ๕ บาท มาเคล้ากับขี้เถ้ากระสอบ ใส่ในภาชนะเคลือบ แล้วเอาน้ำมันเครื่องยนก์เก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วมาผสม ใช้สำลีชุบยาปิดที่แผล จะดูดเอาหัวหน่อออก จะหายปวด

ประเภทที่ ๘ ใช้สารปรอทรักษาโรคมะเร็งทุกชนิด โดยวิธีไสยศาสตร์
วิธีการรักษา สารปรอทรับประทานไม่ได้ แต่อาจนำมารักษาโรคได้ โดยเฉพาะโรคมะเร็งหมอรักษาจะต้องใช้เวทมนต์ช่วยให้คนไข้อธิษฐานในใจขอให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิ-กรรมให้ในอดีต แล้วช่วยนำสารปรอทเข้าไปที่แผลหรือก้อนเนื้อร้าย หมอจะเอาปรอทมาเสก แล้วเทลงบนฝ่ามือคนไข้ ปรอทจะค่อยๆ สลายตัวเข้าไปในฝ่ามือคนไข้จนหมด คนไข้จะรู้สึกมีอาการตอดตุบๆ ที่ตรงแผลหรือเนื้อร้าย จะต้องรักษาวิธีนี้จนกว่าจะหายคือแผลจะแห้งหรือก้อนเนื้อร้ายจะยุบหาย

โรคมะเร็งจะหายหรือไม่ อยู่ที่คนไข้มีจิตศรัทธาและเวทมนต์อันขลังของหมอ ประกอบด้วยคุณธรรมของหมอ ผู้มุ่งจะช่วยคนไข้ให้หายจากโรคภัย
ที่มา: คุณหมอเจริญ พงษ์มาลา
โครงการเผยแพร่เอกลักษณ์ของไทย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น