วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

สาเหตุของการเกิดโรค

พุทธศาสตร์กับการแพทย์....ใครไม่อยากป่วยลองอ่าน


ตัวความโลภจะทำให้เกิดธาตุลม(วาตะ)แปรปรวน หรือเสียสมดุลไป

ซึ่งจะไปรบกวนคุณภาพของการนอนพักผ่อน ทำให้ไม่เจริญอาหาร อ่อนไหวหรือหงุดหงิดง่ายอารมณ์แปรปรวน

สิ่งสำคัญ คือ ควรจะให้คนกลุ่มนี้ได้ทานอาหารที่ร้อน ๆ มีประโยชน์ และได้รับการเอาใจใส่หรือนวดด้วยน้ำมันงา จะทำให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ผ่อนคลายระบบประสาทผ่อนคลายลง

***ความโลภ หมายถึงความติดใจ พอใจ ชอบใจในสิ่งใดก็ตาม ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ความติดใจ อยากได้ อยากมีอย่างรุนแรงเป็นสาเหตุร้ายแรงมากที่ทำให้มนุษย์เราต้องตกอยู่กับการ เวียนว่ายตายเกิด ***


--------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตัวความโกรธจะทำให้เกิดธาตุไฟ(ปิตะ)แปรปรวน

ทำให้ธาตุไฟอุณหภูมิในตัวจะสูงขึ้นทันที  จะเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง อันดับแรก คือ เผาไหม้คนที่โกรธก่อนนั้นเอง จะทำให้เลือดในตัวพุ่งพ่านไปหมด

ธาตุไฟมีความสัมพันธ์กับเลือด ตับ ถุงน้ำดี ตา และลำไส้เล็ก

นอกจาก นี้คนที่ชอบดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก ๆ หรือกินอาการรสเผ็ดร้อน ของทอด ของมันเป็นประจำ หรือมีกิจกรรมทางกายมากเกินไป สามารถทำให้ ปิต ตะเสียสมดุลได้
           บางครั้งจะทำให้ รู้สึกขมในปาก มีอาการปวดศีรษะ อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น ปวดตามตัวช่วงบนตลอดเวลา รับประทานอาหารเข้าไปใหม่ ๆ จะรู้สึกปวดท้องขึ้นมาทันที รู้สึกอยากทานของเย็น ๆ อยู่ตลอดเวลา ควรให้คนกลุ่มนี้อยู่ในร่ม ไม้ หรือใกล้ ๆ แม่น้ำ อาหารที่เหมาะควร คือ อาหารที่มีรสขม เช่น มะระขี้นก ผักต้ม หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ 1-2 เดือน ไม่ควรให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ออกกำลังหรือไม่ควรใช้การนวด






-------------------------------------------------------------------------------------------------


ผู้ที่มีความหลงหรือโมหะ ทำให้ธาตุน้ำแปรปรวนโมหะ หรือความหลงมัวเมา


ผู้ป่วยกลุ่มนี้เกิดจากทานอาหารที่มีรสหวานมากเกินไป หรืออาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก ประเภทผักสด ผักสลัด รับประทานอาหารที่เย็น ๆ เป็นเวลา นานการบริโภคอาหารที่เย็น ๆ จะทำให้ความร้อนในการย่อยอาหารอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ จากนั้นจะพัฒนาไปเป็นความเจ็บป่วย

หมายถึงตัวความหลงและจิตใจที่คับแคบ คนที่มีธาตุดินและธาตุน้ำมาก จะคิด ถึง ความสบายชั่วครั้งคราว ไม่คิดถึงเรื่องอื่น ไม่มองออกไปนอกตัว ทำให้รู้สึกขี้เกียจไม่ค่อยทำอะไร ถ้าเป็นบ่อยๆจะรู้สึกถึงความหนักในร่างกาย ถ้าธาตุดินและธาตุน้ำถูกกระทบเราจะมีร่างกายใหญ่ขึ้น มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะเป็นโรคอ้วน ซึ่งรสหวานเกี่ยวพันกับธาตุดินและธาตุน้ำ ถ้ากินรสหวานมากจะเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน ดังนั้นเพื่อช่วยให้เราข้ามความหลงหรือข้ามความคับแคบของจิตใจเรา ให้เรากระตือรือร้นใฝ่หาความรู้มากขึ้น ต้องมีความกระฉับกระเฉงลุกขึ้นมาทำอะไรมากขึ้น

เชื่อว่าการที่เราเก็บอาหารพืชผักผลไม้ที่ประกอบ ด้วยธาตุน้ำและดินมาทานสด ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ดี รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเป็นเวลานาน ๆ ในเวลาเย็นเมื่อไม่มีแสงแดดเป็นเวลาที่ร่างกายควรจะได้รับความอบอุ่นควรจะ หลีกเลี่ยงอาหารที่เย็นหรืออาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก เช่น ผักสด ผักสลัด คนที่ต้องการปรับธาตุน้ำให้สมดุล ตื่นเช้าควรดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำอุ่น ๆ หนึ่งแก้ว เพราะมีคุณสมบัติกระตุ้นความร้อนในร่างกายและช่วยย่อยอาหาร ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องท้องอืดหรือปวดหลังส่วนล่าง หอบหืด เป็นหวัด ไอควรดื่มน้ำอุ่นส่วนใหญ่ จะตั้งอยู่ที่หน้าอก ลำคอ ปอด ศีรษะ สารอาหาร เนื้อ เนื้อเยื่อ ไขมัน ไขกระดูก ของเหลวสืบพันธุ์ อุจจาระ ปัสสาวะ จมูก ลิ้น และที่สำคัญคือกระเพาะอาหารส่วนบน





---------------------------------------------------------------------------------------------------


ลักษณะทางกายภาพที่สัมพันธ์กับธาตุ

1.อวัยวะตั้งแต่คอถึงศีรษะด้านบน - ธาตุดินและธาตุน้ำมีอิทธิพล ตามธรรม ชาติถ้าธาตุดินกับธาตุน้ำถูกกระทบ ด้วยความหนักจะไหลจากข้างบนลงข้างล่าง จะวิ่งไปที่ตัวกระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี ม้าม อวัยวะเพศจะถูกทำลาย ทำให้เมื่อยล้า หนักอึ้ง ไม่มีแรงเคลื่อนกาย

2.อวัยวะตั้งแต่คอถึงท้อง - ธาตุไฟมีอิทธิพล ถ้าธาตุไฟถูกกระทบจะวิ่งขึ้นสู่ที่สูง เกิดอาการปวดหัว ปวดเมื่อยคอ ปวดหลัง ทำให้ถุงน้ำดีและตับมีปัญหา เกิดคอเรสตอรอลสูง

3.อวัยวะจากท้องถึงปลายเท้า - ธาตุลมมีอิทธิพล ถ้าธาตุลมถูกกระทบอวัยวะในช่องท้อง ระบบการขับถ่าย การมีประจำเดือน การหลั่งสารอสุจิ จะถูกกระทบทั้งหมด


-----------------------------------------------------------------------------------------------

การจำแนกประเภทของโรค

1.โรค เกิดจากอำนาจที่รุนแรงของกรรมในอดีตชาติ ชาวพุทธมีความเชื่อเรื่องการเกิดใหม่ คือเชื่อว่ามีอดีตชาติ โรคประเภทนี้จะมีสาเหตุมาจากอกุศลกรรมที่กระทำมาในอดีตชาติ เมื่อกรรมนั้นส่งผลและทำให้โรคแสดงอาการออกมาในชาตินี้ โรคจะรุนแรงมากและอาจถึงตายได้

2.โรคปัจจุบันกรรม ซึ่งมีสาเหตุมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของชีวิต และมาแสดงอาการภายหลังในช่วงชีวิตตามปกติ แล้วจะทำให้ถึงตายได้หากไม่ได้รับการรักษา ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนไข้บางรายการ ใช้ยาที่เป็นวัตถุเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอคนไข้ จะต้องมีการฝึกฝนทางจิตวิญญาณด้วย เช่นการเปิดเผยความผิดในอดีต (การสารภาพบาป) การบรรเทาความรุนแรงของโรคโดยการทำความดี และการตั้งจิตอธิษฐานที่จะละเว้นจากการการกระทำเหล่านี้อีกในอนาคต ในกรณีนี้การกระทำที่บริสุทธิ์และการใช้ยาจะออกฤทธิ์ร่วมกัน

3. โรค ที่เรียกว่าโรคพื้น ๆ นั้น เนื่องจากว่าผู้ที่เป็นโรคนี้สามารถหายเองได้โดยการกินอาหารอย่างถูกต้องและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม

-----------------------------------------------------------------------------------------------------


ธาตุดิน ซึ่งมีลักษณะหนัก แข็งแรง มั่นคง ขม 

จะมีฤทธิ์ในการปราบโรคที่เกี่ยวกับลม
ดิน หรือ ซา (Sa) จะมีอิทธิพลมากที่สุดในการสร้างเซลล์กล้ามเนื้อ กระดูก จมูก และประสาทการรับรู้กลิ่น


ธาตุน้ำ ซึ่งสดชื่น ใส หวาน จะมีฤทธิ์ในการหล่อลื่นให้ความชุ่มชื่น


ทำให้ระบบในร่างกายเย็นลง และ  ช่วยปราบโรคที่เกี่ยวกับไฟ 
น้ำ หรือ ชู (chu) จะทำหน้าที่ในการสร้างเลือด ของเหลวในร่างกาย ลิ้น และประสาทการรับรู้รส


ธาตุไฟ ซึ่งกระปรี้กระเปร่า ร้อน สว่าง หยาบ 

จะมีฤทธิ์ให้ความร้อนแก่ร่างกาย ช่วยเพิ่มพลังให้แก่องค์ประกอบทั้งเจ็ดของร่างกาย อันได้แก่ สารอาหาร เนื้อ เลือด ไขมัน กระดูก ไขกระดูก และของเหลวสืบพันธุ์ ช่วยปรับสีผิว และรักษาโรคที่เกี่ยวกับน้ำ
ไฟ หรือ แม (me) ทำหน้าที่เกี่ยวกับอุณหภูมิของร่างกาย ผิวพรรณ ตา และประสาทการรับรู้ทางสายตา


ธาตุลม ซึ่งเบา แปรปรวน เย็น หยาบ จะมีฤทธิ์ในการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกาย

ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น ช่วยกระจายสารอาหาร และช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับน้ำ ไฟ และอากาศธาตุ ซึ่งมีลักษณะกลวง ว่าง เป็นองค์ประกอบของสมุนไพรและแร่ธาตุต่าง ๆ อยู่แล้ว และมีส่วนช่วยรักษาโรคอันเกิดจากตรีโทษผิดปกติทั้งสิ้น

ลม หรือ ลุง (rLung) (rLung) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการหายใจ ผิวหนัง และประสาทการรับรู้ถึงการจับต้องสัมผัส
ความว่างเปล่า หรือ นำคา (Nam-mkha) ทำหน้าที่เกี่ยวกับช่องว่างในร่างกาย หู และประสาทการรับรู้ทางเสียง


---------------------------------------------------------------------------------------------------

รสของยา หรือสมุนไพรที่เหมาะสมกับโรค

รสหวาน  เกิดจากลักษณะเด่นของธาตุดินและน้ำ ช่วยเยียวยาโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของลมและไฟ

รสเปรี้ยว  เกิดจากธาตุดินและไฟเด่น ช่วยเพิ่มความร้อนทำให้น้ำ มีความสมดุลมากขึ้น และช่วยให้ลมหมุนเวียนได้อย่างไม่ติดขัด

รสเผ็ดร้อน  เกิดจากธาตุไฟและลมเด่น ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับน้ำ(ดิน) ผิดปกติ

รสเค็ม  เกิดจากธาตุน้ำและไฟเด่น ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของลม

รสขม  เกิดจากอากาศธาตุและลมเด่น ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไฟและน้ำ(ดิน)

รสฝาด  เกิดจากธาตุดินและลมเด่น ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของไฟและน้ำ(ดิน)
ที่มาข้อมูล : www.facebook.com/notes/สมุนไพร-สัตว์เลี้ยง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น